วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วิธีดูแลตัวเองจากโรคติดต่อไม่เรื้อรัง 5 โรค



วิธีดูแลตัวเองจากโรคติดต่อไม่เรื้อรัง 5 โรค



โรคติดต่อไม่เรื้อรังนั้น มักถูกเข้าใจว่าน่าจะเป็นโรคของประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ โรคติดต่อไม่เรื้อรัง 5 โรคนี้เป็นปัญหาของประเทศกำลังพัฒนาต่างหาก เพราะขาดความพร้อมในการดูแลรักษาผู้ป่วยจากโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกทั้งยังต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากด้วย โรคทั้งห้านี้ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยโรคเหล่านี้มีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี แล้วยังเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตหรือพิการเพิ่มขึ้นด้วยนะ

สาเหตุของโรคทั้งห้าชนิดนี้ มักเป็นบุคคลที่ชอบทานอาหารหวานจัด เค็ม หรือมีไขมันสูง ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ มีความเครียดมากแล้วไม่ค่อยรู้จักการผ่อนคลายกับทั้งยังขาดการออกกำลังกาย ฯลฯ จึงทำให้เป็นโรคอ้วนตามมา การที่มีไขมันสะสมในช่องท้องมากนี้ ไขมันจะแตกตัวเป็นกรดไขมันจะแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระเข้าสู่ตับ ส่งผลให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดีนัก จึงเป็นต้นเหตุของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หัวใจวาย ตับวาย ไตวาย และอาจเสียชีวิตได้

หากจะวัดกันที่ดัชนีรอบเอวจะพบว่ารอบเอวที่เพิ่มขึ้นทุก 5 เซนติเมตรจะเพิ่มโอกาสการเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้นถึง 3-5 เท่า หมายถึงว่ายิ่งพุงใหญ่เท่าไรก็ยิ่งตายเร็วเท่านั้น โรคเกณฑ์การจำแนกว่าเป็นโรคอ้วนลงพุงของคนไทยก็คือ หากผู้ชายมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตรขึ้นไป และผู้หญิงมีรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตรขึ้นไป รวมกับปัจจัยอีก 2 ใน 4 อย่างนี้ได้แก่ มีความดันโลหิตสูงตั้งแต่ 130/85 ม.ม.ปรอทขึ้นไปหรือกำลังกินยาลดความดันอยู่ , มีน้ำตาลขณะอดอาหารสูงตั้งแต่ 100 มก./ดล. ขึ้นไป มีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงตั้งแต่ 150 มก. / ดล.ขึ้นไป หรือระดับไขมันเอชดีแอลโคเลสเตอรอลในผู้ชายต่ำกว่า 40 มก. / ดล. ในผู้หญิงต่ำกว่า 50 มก. / ดล. หากมีปัจจัยร่วมกันสองประการนี้ก็ถือว่าเป็นโรคอ้วนลงพุงได้แล้ว
และหากยังไม่รักษาตัวให้ดีขึ้นก็จะเปิดโอกาสให้เป็นโรคร้ายอื่น ๆ ตามมา ท่านที่กำลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรใส่ใจกับการดูแลวิธีการใช้ชีวิตและปรับ พฤติกรรมด้วยการดูแลสุขภาพของคุณเองดังต่อไปนี้
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีดัชนีมวลกาย หรือ BMI อยู่ในช่วง 18.5 – 22.9 และ ผู้ชายควรมีรอบเอวน้อยกว่า 90 ซม. และน้อยกว่า 80 ซม. ในผู้หญิง
- เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลมาก เค็มมาก แล้วทานผักผลไม้ไม่หวาน และธัญพืชให้มากขึ้น
- ผู้ที่เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว ควรรักษาตัวเองและทำตามแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
- งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ รวมทั้งไม่เข้าไปอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ด้วย


วิธีดูแลตัวเองจากโรคติดต่อไม่เรื้อรัง 5 โรค
ดูแล…อาการปวดศีรษะด้วยตัวคุณเอง
เคล็ดลับ 5 ประการห่างไกลมะเร็งตับ
เลือกกินน้ำมันอย่างไรให้ปลอดภัย
แนวทางการรักษา…โรคมะเร็งแบบผสมผสาน
เป็นซีสหรือมะเร็งเต้านมกันแน่นะ?
ประมวลผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
การป้องกันระวัง…ไข้มาลาเรียหรือไข้ป่า
5 ข้อควรทำเพื่อป้องกันมะเร็งร้าย
สาเหตุการเป็นมะเร็ง พันธุกรรมหรือการใช้ชีวิต?

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557

มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง


มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง


หากจะมีโรคร้ายใดที่ผู้หญิงแทบทุกคนกลัวมากที่สุด ก็เห็นจะไม่พ้นโรคมะเร็งเต้านม ที่คร่าชีวิตผู้หญิงไปเป็นจำนวนมากจนมีสถิติสูงเกินหน้ามะเร็งปากมดลูกแล้ว ความร้ายกาจของโรคนี้นอกจากความเจ็บปวดทรมานแล้วยังอาจต้องตัดเต้านมซึ่ง เป็นของรักของหวงของร่างกายหญิงสาวทิ้งไว้เพื่อรักษาชีวิตไว้ ทำให้สูญเสียความมั่นใจความเป็นผู้หญิงอย่างมาก ซึ่งสาเหตุของการเกิดมะเร็งเต้านมนั้นมาจากหลายสาเหตุได้แก่
- กรรมพันธุ์
- การไม่มีลูก
- ทำงานดึกดื่น ขาดการพักผ่อน เครียด
- ขาดการออกกำลังกาย
- ทานอาหารที่มีไขมันสูง ปล่อยตัวให้อ้วน
- ดื่มเหล้า
- มีประจำเดือนเร็ว คือตั้งแต่อายุ 12 และหมดประจำเดือนหลังอายุ 55 xu
ซึ่งการป้องกันมะเร็งเต้า นมนั้นก็ทำได้เพียงแต่ หลีกเลี่ยงบุหรี่และสุรา ออกกำลังอย่างสม่ำสเมอ ทำกิจใจให้ร่างเริง และเลี้ยงด้วยด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือน รวมไปถึงลดการทานอาหารที่มีไขมันสูงและรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานด้วย นอกจากนี้แล้ว การหมั่นตรวจคลำเต้านมตัวเองอย่างสม่ำเสมอก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากพบความผิดปกติก็ยังสามารถลดความรุนแรงได้ และอาจหายขาดได้หากรักษาอย่างทันท่วงที โดยการตรวจมะเร็งเต้านมนั้นทำได้หลายวิธี ด้วยการคลำด้วยนิ้วเพียงสามนิ้ว ได้แก่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง คลำในระหว่างการอาบน้ำก็ได้ดังนี้
1. คลำในแนววนเป็นก้นหอย โดยเริ่มจากส่วนบนวนไปจนถึงฐานนมบริเวณรักแร้
2. คลำแบบขึ้นลง เริ่มจากใต้ราวนมถึงรักแร้วแล้วขยับนิ้วขึ้นลงในแนวขึ้นลง สลับไปเรื่อย ๆ จนทั่วเต้านม
3. คลำเต้านมแบบรูปลิ่ม โดยการเริ่มว่างนิ้วจากส่วนบนของเต้านมจนถึงฐานนมแล้วกลับสู่ยอด คลำแบบนี้ให้ทั่วเต้านม

โดยช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการตรวจเต้านมก็คือช่วงเจ็ดวันหลังมีประจำ เดือน เพราะเต้านมจะไม่ตึงจนเกินไปจึงตรวจได้ง่าย ในปัจจุบันนี้วิวัฒนาการด้านการรักษามะเร็งให้หายได้นั้นมีสูงมากขึ้น แต่การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพื่อป้องกันการเกิดและป้องกันกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งการแนะนำวิธีการปฏิบัติในข้างต้นมิได้ไว้ปฏิบัติเพื่อป้องกันมะเร็งเต้า นมเท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันมะเร็งชนิดอื่น ๆ ได้ สำหรับผู้ที่คลำพบก้อนที่น่าสงสัยบนเต้าบนให้รีบมาพบแพทย์ และอย่าเพิ่งตกใจไปเพราะก้อนบนเต้านมนั้นมีได้หลายแบบ กับทั้งหากพบแต่เนิ่น ๆ ก็ยังสามารถหายขาดและดำรงชีวิตตามปกติได้อีกด้วยค่ะ
, , , , , , , , ,

สาววัยทองและอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย
ทำไม? เราจึงควรงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T ไว้ป้องกันมะเร็ง
ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา
อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น
การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย
หลีกเลี่ยงหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง
ใช้ชีวิตอย่างไร…ห่างไกลมะเร็งร้าย
ระวัง! ดื่มน้ำอัดลมมากตับอ่อนเสื่อม เสี่ยงเป็นมะเร็ง


วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557



หลีกเลี่ยงหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง



ในระยะที่อากาศเริ่มมีการเปลี่ยน แปลง เริ่มมีฝนตกมากขึ้น ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายค่อนข้างต่ำ หรือสุขภาพอ่อนแอเพราะปรับตัวไม่ทัน จึงเจ็บป่วยได่ง่าย ยิ่งโดยเฉพาะโรคติดเชื้อทางลมหายใจจำพวกโรคหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ ที่ติดต่อกันได้ง่ายนั้น เราจึงยิ่งจำเป็นต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมในการป้องกันโรคติดต่อเหล่านี้ นั่นเอง ซึ่งมีวิธีการดูแลตัวเองง่าย ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

- เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มป่วย เริ่มเป็นไข้ ไม่สบายรู้สึกอ่อนเพลีย นอนไม่พอ ยิ่งไม่ควรเข้าไปเสี่ยงในแหล่งชุมชนที่มีคนอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นตลาด ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล เพราะว่าร่างกายในช่วงที่มีภูมิต้านทานต่ำจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
- หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือหากไม่สะดวกในการล้างมือจะใช้เจลแอลกอฮอล์มาเช็ดก็ได้ ช่วยป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดี ยิ่งหากอยู่ในช่วงที่กำลังมีอาการไอหรือจาม ยิ่มควรหมั่นล้างมือบ่อย ๆ เพราะหากนำมือไปป้ายตาก็อาจติดเชื้อตาอักเสบได้ หรือไปหยิบจับสิ่งของก็จะเท่ากับเป็นการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นอีกทาง
- หลีกเลี่ยงและอยู่ห่างจากผู้ป่วยที่มีอาการเป็นหวัด ซึ่งหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง จะช่วยป้องกันเชื้อหวัดและโรคทางเดินหายใจได้ดี
- หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แล้วพักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ สองลิตร
- หากในบ้านของเรามีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ควรรีบไป ปรึกษาแพทย์ และควรป้องกันการแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นด้วยการไม่คลุกคลีกับผู้ใกล้ชิด ใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเมื่อไอหรือจาม และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วย
- สำหรับกลุ่มผู้เสี่ยงสูง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้เจ็บป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ไว้จะดีกว่า

วิธีการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเดินหายใจข้างต้นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันโรคหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เป็นโรคระบาด ไม่ว่าจะเป็น โรคท้องร่วงโรคตาแดง วัณโรค โรคติดต่อทางผิวหนัง ฯลฯ ได้อีกด้วย

สาววัยทองและอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย
ทำไม? เราจึงควรงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T ไว้ป้องกันมะเร็ง
ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา
อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น
การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย
หลีกเลี่ยงหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง
ใช้ชีวิตอย่างไร…ห่างไกลมะเร็งร้าย
ระวัง! ดื่มน้ำอัดลมมากตับอ่อนเสื่อม เสี่ยงเป็นมะเร็ง

วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย


การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย


ประโยชน์ของการเล่นกีฬานั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสามัคคีที่เกิดขึ้นหมู่ผู้แข่งขันและหมู่ผู้ที่เข้ามา เชียร์ เพื่อการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อการคลายเครียด และที่สำคัญก็คือประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้เล่น ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ทำให้ร่างกายมีกำลังวังชา ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดี อีกทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักในกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ทั้งยังช่วยเพิ่มน้ำหนักได้สำหรับคนที่ผอมเกินไป
แม้การออกกำลังกายจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ทำให้อวัยวะและระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดี แต่ผู้ที่ออกกำลังกายก็จำเป็นต้องสังเกตสัญญาณเตือนที่ร่างกายบอกออกมาด้วย เช่น ออกกำลังกายนานหรือมากเกินไปจนกล้ามเนื้อปวดเมื่อยหรือไม่ หรือมีความอ่อนเพลียเพราะพักผ่อนน้อยไป หรือทานอาหารน้อยไปหรือเปล่า หรือการออกกำลังกายที่ผิดท่าทางหรือหักโหมมากเกินไปจนบาดเจ็บ ฯลฯ ดังนั้น ก่อนออกกำลังกายจึงจำเป็นต้องสังเกตอาการของร่างกาย รวมทั้งพลังงานจากอาหารที่เราทานเข้าไปด้วยว่าเหมาะสมกับการออกกำลังของเรา หรือเปล่า
นักกีฬาที่กำลังจะลงแข่งขันมักจะมีอาการตื่นเต้น และกังวลมากขึ้นจนอาจส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย บางคนก็ท้องเสีย ปวดปัสสาวะมาก ท้องอืด หรือเครียด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน ดังนั้นนักกีฬาควรเตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการทานอาหารที่เหมาะสม ทานอาหารที่คุ้นเคยจะได้ไม่สร้างปัญหาต่อระบบทางเดินอาหาร มีรสชาติไม่จัดเกินไป มีแป้งและน้ำตาลมากหน่อยเพื่อเป็นพลังงานกับร่างกาย มีความอ่อนนุ่ม เพื่อให้ร่างกายย่อยและดูดซึมได้เร็วจะได้ไม่หมดแรงเร็วเกินไปนัก ซึ่งการทานอาหารควรทานก่อนออกกำลังกายหรือลงแข่งขันประมาณ 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้อาหารย่อยหมดก่อน หากลงเล่นกีฬาทั้งที่ยังมีอาหารอยู่ในกระเพาะแล้วอาจทำให้จุกเสียดและปวด ท้องได้

การออกกำลังกายจะเผาผลาญพลังงานที่ร่างกายสะสมไว้ จึงทำให้รู้สึกหิวมากกว่าปกติ สำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักจึงควรมีสติในการกินดื่ม โดยเฉพาะของหวาน ๆ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม หากดื่มเข้าไปก็จะเข้าไปสะสมในร่างกายมากขึ้น ดังนั้นหลังการออกกำลังกายความดื่มน้ำสะอาดเพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป และพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน แล้วจึงค่อยทานอาหารมื้อหลักในเวลาปกติ แล้วทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำ หลีกเลี่ยงของมัน ๆ ทอดๆ อุดมไปด้วยนม เนย กะทิ ขนม สแน็คต่าง ๆ ก็จะช่วยให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้ดี แต่ในรายที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก ควรเลือกทานอาหารที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับร่างกาย จำพวกโปรตีนต่าง ๆ ก็จะช่วยให้มวลกล้ามเนื้อมีความหนาแน่นมากขึ้น รูปร่างจึงดีขึ้นนั่นเอง

, , , , , , , , , ,


สาววัยทองและอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย
ทำไม? เราจึงควรงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T ไว้ป้องกันมะเร็ง
ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา
อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น
การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย
หลีกเลี่ยงหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง
ใช้ชีวิตอย่างไร…ห่างไกลมะเร็งร้าย
ระวัง! ดื่มน้ำอัดลมมากตับอ่อนเสื่อม เสี่ยงเป็นมะเร็ง

วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557

อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น



อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น



ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนรวมทั้งประเทศไทยเอง ก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกันอยู่ก็คือ วัยรุ่นวัยเรียนทั้งหลายกำลังหันหน้าเข้าดื่มสุรา แล้วกำลังโดยพิษร้ายจากสุราเข้าทำลายสมอง ที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งกว่าช่วงเวลาไหน เพราะในวันนี้เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้ วัยที่กำลังพัฒนาวุฒิภาวะ
เพราะเด็กที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นนั้น ร่างกายช่วยนี้จะกำลังเติบโต รวมไปถึงสมองด้วย ที่เป็นจุดอ่อนไหวที่สุด เพราะในระยะนี้เป็นระยะของการเปลี่ยนแปลงจากภาวะความเป็นเด็กเล็กสู่วัย ผู้ใหญ่ จากที่เคยเป็นเด็กต้องพึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองเข้าสู่ความเป็นอิสระในการตัดสิน ใจ ในสภาพแวดล้อมของสังคมที่มีแต่ความวุ่นวายนี้ หากเด็ก ๆ ได้มีพัฒนาการสมองเป็นไปอย่างเหมาะสมแล้วจะทำให้เป็นผู้ที่มีความสามารถใน การตัดสินใจได้ดี สามารถควบคุมแรงกระตุ้น และมีชีวิตอย่างปกติดีมีสุข ไม่เบียดเบียนตนเองและคนอื่นรอบข้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เติบใหญ่ไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สรุปแล้วพัฒนาการของสมองในช่วยวัยรุ่นจึงสำคัญและมีความอ่อนไหวอย่างมาก ยิ่งโดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบการเรียนรู้และความจำ หากเด็ก ๆ หันไปเสพสุรากันมาก ๆ และบ่อย ๆ จะส่งผลกระทบดังต่อไปนี้
- ทำให้การสร้างเซลล์ใหม่ ๆ ของสมองวัยรุ่นเนิบช้าลง และช้าลงกว่าวัยผู้ใหญ่
- วัยรุ่นที่ดื่มสุราอย่างหนักเพียงเวลาไม่เกินสามปี จะลดประสิทธิภาพการเรียนรู้ และความจำ เพราะสมองของวัยรุ่นจะถูกทำลายด้วยฤทธิ์ของสุราได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่
- เมื่อนำเอาขนาดของสมองของวัยรุ่นที่แข็งแรงและไม่ดื่มสุรา มาเทียบกับวัยรุ่นที่ดื่มสุราอย่างหนักพบว่ามีขนาดแตกต่างกันถึงร้อยละสิบ ในกลุ่มของวัยรุ่นระดับมอปลาย แต่หากเป็นในวัยผู้ใหญ่ที่ดื่มสุราอย่างหนักแล้วจะมีขนาดที่เล็กกว่าคนที่ ไม่ดื่มอย่างเห็นได้ชัด และพบได้มากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
- โดยธรรมชาติแล้วสมองส่วนหน้าของวัยรุ่นจะยังไม่ตื่นตัวเท่าผู้ใหญ่ ยิ่งหากไปดื่มสุราด้วยแล้ว จะทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมอารมณ์ต่าง ๆ ของสมองส่วนหน้าด้อยประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการขาดความยับยั้งช่างใจ ความโกรธ ความเศร้า ความสับสน การขาดเหตุผล และขาดการรับผิดชอบ ดังนั้นการดื่มสุราในวัยรุ่นจึงเท่ากับเป็นการทำลายวุฒิภาวะในอนาคตของตนเอง ไปด้วย
จากทั้งหมดนี่จึงเป็นความรู้ที่ท้าทายพวกเราทั้งโลกรวมทั้งคนไทยด้วยว่า จะสามารถปกป้องมันสมองของเด็กรุ่นใหม่ ๆ ของโลกให้มีพัฒนาการที่ดีและเป็นกำลังในการพัฒนาโลกได้อย่างไร


สาววัยทองและอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย
ทำไม? เราจึงควรงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T ไว้ป้องกันมะเร็ง
ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา
อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น
การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย
หลีกเลี่ยงหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง
ใช้ชีวิตอย่างไร…ห่างไกลมะเร็งร้าย
ระวัง! ดื่มน้ำอัดลมมากตับอ่อนเสื่อม เสี่ยงเป็นมะเร็ง

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา



ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา


สุราหรือแอลกอฮอล์นั้น เป็นพิษภัยต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้เกิดโรคได้ถึงกว่าหกสิบชนิด  เมื่อดื่มสุราลงไป  แล้วร่างกายดูซึมเข้าสู่กระแสเลือด  แอลกอฮอล์จะกระจายตัวไปทั่วร่างกาย ทำให้หัวใจเต้นเร็วและถี่ขึ้น  ความดันเลือดจึงเพิ่มขึ้น  แล้วยังมีฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลางด้วยการไปกดสมองทำให้เซลล์สมองเสื่อม มีปัญหาความจำเสื่อม และสมองลีบฝ่อ  หากเป็นมากเข้าก็จะอาจเกิดอาการประสาทหลอนได้  อีกทั้งสุราเข้าออกฤทธิ์เข้ากดศูนย์กลายใจและศูนย์ควบคุมการไหลเวียนของโลหิตในสมองจะทำให้เสียชีวิตได้
การดื่มสุรายังทำให้เกิดการระคายเคืองเฉพาะที่  สังเกตง่าย ๆ เลยก็คือเมื่อดื่มลงคอไปก็จะรู้สึกบาดคอแล้ว  แล้วลามลงไปสร้างความระคายเคืองที่หลอดอาหาร  จนทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุชั้นในสุดของผนังหรือกระเพาะอาหาร แล้วยังทำให้ลำไส้เล็กเกิดทะลุได้อีก   นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ยังเข้าขัดขวางการดูดซึมของอาหารบางชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไขมัน กรดอะมิโน กรดโฟลิก วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12  ที่อาจทำให้เซลล์ของตับได้รับการระคายเคือง และทำให้ตับโตขึ้น  แอลกอฮอล์ยังทำให้การน้ำย่อยจากตับอ่อนไม่สามารถไหลเข้าไปในลำไส้เล็กได้  น้ำย่อยจึงย่อยตับอ่อน เอง ทำให้ตับอ่อนเลือดออกอย่างฉับพลันและทำให้อักเสบได้  มักพบว่าผู้ที่มีอาการเช่นนี้ 20% ของจะเสียชีวิตตั้งแต่ครั้งแรกที่มีปัญหากับตับอ่อน  ทำให้การสร้างอินซูลินบกพร่อง จนกลายเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด  และทำให้เกิดอาการตับแข็งขึ้นทุกครั้งที่ดื่มด้วย
แต่กลับมีนักวิจัยบางกลุ่มที่บอกว่าแอลกอฮอล์มีประโยชน์ต่อระบบหลอดเลือด และหัวใจของทั้งเพศชายและหญิง  โดยได้กล่าวว่า หากได้ดื่มแอลกอฮอล์อย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลตัวดี ๆ ที่จะช่วยป้องกันระบบภายในหลอดเลือดได้  หากยิ่งเป็นคนที่ไม่ทานอาหารทอด ๆ มัน ๆ แล้วยังออกกำลังกายอยู่เสมอแล้ว  การดื่มแอลกอฮอล์วันละเล็กน้อยแบบนี้จะสร้างคอเลสเตอรอลตัวดี ๆ ขึ้นอีกถึงร้อยละ 20
ซึ่งปริมาณการดื่มที่เหมาะสมนั้นสำหรับเพศหญิงอนุญาตให้ดื่มได้วันละ 1 ดื่ม ส่วนเพศชายดื่มได้ 2 ดื่ม โดย1 ดื่มนั้นจะเท่ากับไวน์ 150 ซีซี  หรือเท่ากับเบียร์ขวดเล็ก 1 ขวด หากเป็นเหล้าก็ไม่เกิน 45 ซีซี  แต่คนที่ไม่ควรดื่มอย่างยิ่งก็คือคนที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว  และคนที่จำเป็นต้องรักษาสุขภาพให้มาก เช่น คนท้อง หรือคนที่กำลังให้นมบุตร  ผู้ที่ทานยารักษาโรคบางชนิดอยู่ รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตหรือตับอยู่แล้วด้วย เพื่อมิให้อาการกำเริบมากกว่าเดิม


สาววัยทองและอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย
ทำไม? เราจึงควรงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T ไว้ป้องกันมะเร็ง
ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา
อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น
การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย
หลีกเลี่ยงหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง
ใช้ชีวิตอย่างไร…ห่างไกลมะเร็งร้าย
ระวัง! ดื่มน้ำอัดลมมากตับอ่อนเสื่อม เสี่ยงเป็นมะเร็ง

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T ไว้ป้องกันมะเร็ง


รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T  ไว้ป้องกันมะเร็ง


สาเหตุการตายอันดับที่หนึ่งของประเทศไทยเรานั้นมีสาเหตุมาจาก “โรคมะเร็ง” ค่ะ  เป็นโรคที่มีความรุนแรงและคร่าชีวิตผู้คนมากที่สุด  ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งมี หลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ความเสื่อมของร่างกาย, สายพันธุกรรม, มลพิษและสารเคมีในสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการเลือกอาหารการกิน  และจุดที่เราสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันได้นั้นก็เห็นจะเป็นในเรื่องของ อาหารการกินและการใช้ชีวิตนั่นแหล่ะค่ะ
จากที่ได้เคยมีการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอาหารและมะเร็ง พบว่าอาหารที่สัมพันธ์กับการเกิดของเซลล์มะเร็งนั้น คืออาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูง พวกอาหารปิ้งย่าง หมู ย่าง ไก่ปิ้ง บาร์บีคิว ไส้กรอกปิ้ง  เพราะว่าอาหารที่ถูกปรุงสุกด้วยความร้อนสูงจะมีแนวโน้มจะเกิดสารก่อมะเร็ง ขึ้นในอาหารได้ รวมไปถึงอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ ก็ประกอบด้วยสารก่อมะเร็งหลายชนิดด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอก แหนม ดินประสิวในเนื้อหรือหมูสวรรค์  ฯลฯ  เมื่อทานอาหารเหล่านี้มาก ๆ ก็ทำให้น้ำหนักตัวมากขึ้นจนเป็นโรคอ้วน  การที่น้ำหนักตัวเกิดมาตรฐานจึงก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้อีก ทางหนึ่งด้วย  เรียกว่าแย่ซ้ำแย่ซ้อนกันไปเลย
แต่ก็ยังดีที่ยังมีหลักการสำหรับการป้องกันมะเร็งที่จำได้ง่ายอย่าง P-R-E-V-E-N-T นี่ล่ะค่ะ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
P  (Plant – based diet) หมายถึงการทานพืชผักให้มาก และทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง  โดยในแต่ละวันควรทานผักผลไม้ 5 ส่วนบริโภค
R (Roughage)  หมายถึงอาหารที่เส้นใยสูง ที่มาจากอาหารประเภทที่ไม่ขัดสี ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ผัก ผลไม้ต่าง ๆ
E (Eat less saturated fat)  หมายถึงการทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวให้น้อย ๆ ซึ่งไขมันอิ่มตัวนี้พบมากในเนื้อสัตว์ ไขมัน เนย เนยแข็ง การทานน้อย ๆ ไว้จะช่วยป้องกันมะเร็งได้ทางหนึ่ง
V (Variety)  หมาย ถึงการทานอาหารให้มีความหลากหลาย ข้าวซ้อมมือ ผักสด ผลไม้สด ถั่ว เห็ด งา และทานให้ครบทั้งห้าหมู่ทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูอิสระอย่างเต็มที่
E (Exercise)  คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อรักษาระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้สมดุล ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน
N (Natural)  หมายถึงการทานอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย หรือไม่แปรรูปเลย ควรทานอาหารที่มาจากธรรมชาติเพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุอย่าครบถ้วน

T (Tobacco)  คือการงดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้หลายส่วนเลยทีเดียว

, , , , , , , , ,

สาววัยทองและอาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย
ทำไม? เราจึงควรงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษา
รู้หลัก P-R-E-V-E-N-T ไว้ป้องกันมะเร็ง
ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่มีต่อสุขภาพของเรา
อาการสมองเสื่อม จากสุราในวัยรุ่น
การเลือกทานอาหาร ให้เหมาะกับ การออกกำลังกาย
หลีกเลี่ยงหวัดในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
มะเร็งเต้านม… สาเหตุและการดูแลตัวเอง
ใช้ชีวิตอย่างไร…ห่างไกลมะเร็งร้าย
ระวัง! ดื่มน้ำอัดลมมากตับอ่อนเสื่อม เสี่ยงเป็นมะเร็ง